Friday, 2 May 2014

พันธนาการสีกุหลาบ: บทที่ ๓

ปรวีร์เดินออกมาจากห้องในชุดกางเกงว่ายน้ำแบบกางเกงขาสั้น เนื้อตัวส่วนบนเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวสะอาดพาดบ่าอยู่เท่านั้น ชายหนุ่มชะงักไปนิดเมื่อมองเห็นผู้อาศัยร่วมบ้านนั่งอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร ดูตั้งอกตั้งใจกับจอแลปทอปตรงหน้า หญิงสาวอยู่ในชุดเสื้อกล้ามหลวม ๆ สีขาวที่มองเห็นทะลุไปถึงชั้นในที่โอบอุ้มเนินเนื้อเต่งตึง กางเกงขาสั้นจู๋สีชมพูอวดเรียวขายาวตึงแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อน่ามอง ผมตรงยาวสีดำเป็นเงาถูกผูกเป็นหางม้าหลวม ๆ และดูเหมือนคนที่ตั้งอกตั้งใจกับจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าจะรู้สึกได้ถึงพลังจากสายตาของเขา จึงเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ และเปิดยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นเขายืนอยู่
“พี่วี มอร์นิ่งค่ะ จะไปไหนคะนั่น”
“มอร์นิ่งครับน้องดา พี่วีจะไปว่ายน้ำ น้องดา... เอ่อ... ตื่นเช้าจัง” เขาพูดตะกุกตะกัก รู้สึกราวกับเด็กซนที่ทำผิดแล้วถูกจับได้ เพราะแอบยืนมองเธออยู่ตั้งนานสองนาน
“คงเพราะยังชินกับเวลาที่นู่นมังคะเลยตื่นเร็ว” ตอบแล้วก็เบิกตาโตเมื่อนึกอะไรขึ้นได้
“น้องดาไปว่ายน้ำกับพี่วีดีกว่า รอแป๊บนะคะ ขอน้องดาเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บเดียว” ว่าแล้วก็เดินเข้าห้องตนเองไป พักหนึ่งก็เดินออกมาในชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่สองชิ้น เปิดเผยเรือนร่างระหงสมส่วน ที่ทำให้คนมองถึงกลับแอบกลืนน้ำลาย
“พี่วีช่วยทาครีมที่หลังให้น้องดาหน่อยได้ไหมคะ” ว่าพลางยื่นหลอดครีมกันแดดส่งให้คนที่ยืนเป็นใบ้อยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันหลังอำนวยความสะดวกให้เต็มที่
ปรวีร์ยื่นมือรับหลอดครีมมาบีบลงบนฝ่ามือ ลูบไล้แผ่วเบาไปทั่วแผ่นหลังเนียนละมุนมือ ผิวเนื้อเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่กำลังสัมผัส ทำให้ชายหนุ่มถึงกับหายใจติดขัด ยายน้องดาจะรู้ไหมว่าพี่วีต้องข่มใจแค่ไหน
“เสร็จแล้ว...” บอกเสียงแผ่ว
“ขอบคุณค่ะพี่วี มา... เดี๋ยวน้องดาจะทาให้พี่วีบ้าง หันหลังมาสิคะ” บอกพลางยื่นมือมารับหลอดครีมกันแดดจากมือใหญ่
“ไม่... เอ่อ... ไม่เป็นไรหรอกน้องดา พี่วีไม่ทาก็ได้ เช้าขนาดนี้ยังไม่มีแดดเลย” ตอบตะกุกตะกัก เขาอยากออกไปจากสถานการณ์ถึงเนื้อถึงตัวนี้เร็ว ๆ แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ได้รับรู้ถึงความว้าวุ่นที่เขากำลังรู้สึกทั้งใจและกายเลย เพราะเธอยังส่งเสียงแจ้ว ๆ
“ไม่ได้หรอกค่ะพี่วี ถึงจะยังไม่มีแดด แต่ก็มีรังสียูวีแล้ว ป้องกันไว้ก่อนค่ะ ยิ่งพี่วีอยู่ใกล้ทะเล เจอแดดตลอดเวลาแบบนี้ ถ้าไม่ทาครีมกันแดดป้องกันดี ๆ เดี๋ยวมะเร็งผิวหนังจะถามหาเอา” ว่าแล้วก็บีบครีมแล้วลูบไล้ลงไปบนแผ่นหลังกว้างอย่างตั้งอกตั้งใจ
“หืม..ม..ม.. พี่วีขา เนื้อแน่นมาก ๆ เลย ไม่มีไขมันส่วนเกินแม้แต่นิดเดียว พี่วีนี่หุ่นทรมานใจสาวมาก ๆ ไหนขอดูด้านหน้าหน่อยซิ” ว่าแล้วก็เดินวนมายืนตรงหน้าเขา ก่อนจะกล่าวถึงรูปร่างของเขาอย่างชื่นชม
“โอ้โห กล้ามท้องแข็งเป๊ก แบบนี้ค่อยคุยกันได้หน่อย” พูดพลางยื่นมือไปชกเบา ๆ ที่หน้าท้องของชายหนุ่ม โดยไม่รู้เลยว่าคนถูกชกกำลังกลั้นหายใจ เมื่อมองเห็นร่างสมส่วนในชุดเสื้อผ้าน้อยชิ้นตรงหน้าเต็มตา
“น้องดา... เอ่อ... หมายความว่าไง”
“ก็หมายความว่า พี่วีมีไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟน่ะสิคะ ถึงได้ไม่อ้วนลงพุง ตอนแรกน้องดาเกรงว่าพี่วีจะเป็นผู้บริหาร อยู่แต่ในออฟฟิศแล้วไม่มีกิจกรรมเสียเหงื่อ แบบนั้นน่าเบื่อตายเลย แต่นี่แปลว่าพี่วีออกกำลังกายประจำ น้องดาก็จะได้มีเพื่อน... ไปกันเถอะค่ะ” ตอบแล้วก็กล่าวชวนพลางเดินนำไปก่อน ทำให้ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก และสามารถพูดคุยกับเธอได้เป็นปกติโดยไม่ต้องกลั้นหายใจตลอดเวลาเช่นก่อนหน้านี้
“อ้าว ไม่ว่ายที่สระหรือคะ” ถามอย่างแปลกใจเมื่อเดินออกจากบ้านแล้วชายหนุ่มพาเธอเดินเลยสระว่ายน้ำไป
“เปล่าครับ พี่วีว่ายน้ำในทะเล” ตอบพลางพาคนข้าง ๆ เดินไปตามทางเดินเล็ก ๆ ที่ทอดลงสู่ผืนอ่าวเบื้องล่าง
หลังจากเดินเคียงกันไปเงียบ ๆ ไม่กี่นาที ทั้งสองก็เดินมาถึงชายหาดที่มีผืนทรายสีขาวละเอียดทอดยาว แผ่นน้ำสีครามด้านหน้าราบเรียบ มองเห็นเรือยอชต์น้อยใหญ่ลอยลำอยู่จำนวนหนึ่ง
สองหนุ่มสาวโถมตัวลงน้ำก่อนจะยกแขนจ้วงว่ายน้ำแข่งกันโดยไม่ได้นัดหมาย แต่ก็สนุกสนานกับเกมการแข่งขันที่ทำให้รู้สึกว่าร่างกายได้ใช้กำลังอย่างถึงอกถึงใจ จวบจนพระอาทิตย์เริ่มส่องแสงและรู้สึกหิว ฝ่ายหญิงสาวจึงกล่าวชวนอีกคนขึ้นจากน้ำ
“ขึ้นกันเถอะค่ะพี่วี เริ่มหิวแล้ว ไปกินติ่มซำกัน”
“ไปสิ ไปสายเดี๋ยวจะหมดก่อน อดกิน แล้วเดี๋ยวพี่วีต้องกลับมาทำงานด้วย” เขาตอบพลางเดินขึ้นจากน้ำมาหยิบผ้าเช็ดตัวที่วางอยู่บนบนเก้าอี้ขึ้นมาเช็ดเนื้อเช็ดตัว ซึ่งหญิงสาวก็ทำอย่างเดียวกัน ก่อนที่จะเดินตามกันกลับไปยังบ้านพัก เพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย เตรียมตัวออกไปหาติ่มซำรับประทานตามแผนที่คนตัวเล็กกว่าวางไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

ปรวีร์พาคนหิวมาที่ร้านติ่มซำดั้งเดิมของภูเก็ต ซึ่งแม้จะมากันแต่เช้า แต่ก็ยังช้ากว่าชาวเมืองที่ออกมาหาอาหารเช้ารับประทาน ซึ่งโดยปกติ อาหารเช้าของชาวภูเก็ตจะเป็นขนมจีนหรือติ่มซำ ทำให้ร้านติ่มซำเปิดให้บริการตั้งแต่ฟ้าสาง และเวลาเกือบสายเพียงแค่แปดนาฬิกาเช่นนี้ ร้านก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนเสียแล้ว
หลังจากมีโต๊ะว่าง สองหนุ่มสาวก็เริ่มสั่งอาหารในทันที คนที่ไปอยู่ต่างประเทศเสียหลายปีสั่งสารพัดติ่มซำที่มีในร้าน แทบจะจิ้มไปทุกรายการบนเมนู และเมื่ออาหารถูกนำมาเสิร์ฟและวางเต็มโต๊ะ หญิงสาวก็ลงมือรับประทานด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย
“อื้ม..ม..ม..” ส่งเสียงครางพร้อมหลับตาพริ้มหลังจากใช้ตะเกียบคีบขนมจีบปูจากจาน แล้วจิ้มซอสสีคล้ายซอสมะเขือเทศในถ้วยซอสใบเล็กส่งเข้าปากในคำเดียว
“ซอสติ่มซำ หวาน ๆ เผ็ดนิด ๆ คิดถึงเธอจังเลย” เสียงพึมพำของคนตรงหน้า ทำให้ปรวีร์ถึงกับหัวเราะ ก็ท่าทางของเธอดูมีความสุขราวกับล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน
“พี่วีลองนี่ค่ะ อันนี้สาหร่ายห่อหมู อร่อยมาก ๆ” ว่าพลางคีบสาหร่ายห่อหมูวางบนจานให้ชายหนุ่ม ก่อนที่จะยื่นตะเกียบไปยังจานต่อไป
“ส่วนนี่ฮะเก๋าค่ะ เลิศเลอสุด ๆ” โฆษณาแล้วก็คีบฮะเก๋าส่งให้ ก่อนที่จะเวียนไปยังจานอื่น ๆ คีบใส่จานให้ตนเองบ้าง คีบส่งให้คนนั่งตรงข้ามบ้าง พลางชื่นชมรสชาติของอาหารไม่ขาดปาก
“น้องดาครับ กินแบบนี้ไม่กลัวอ้วนหรือไง” ถามอย่างอดไม่ได้ เขานึกว่าพวกสาว ๆ จะกลัวน้ำหนักขึ้นกัน อย่างพิลาสลักษณ์ที่มีโอกาสรับประทานอาหารด้วยกันบ่อย ๆ ก็ดูจะระมัดระวังเรื่องอาหารการกินอยู่ไม่น้อย แต่ทำไมยายตัวดีภรรยาของเขาถึงได้รับประทานแบบไม่ห่วงสวยเช่นนี้
“โธ่ กลัวอะไรกันคะพี่วี วัน ๆ น้องดาใช้พลังงานเยอะจะตายไป กินแค่นี้ไม่อ้วนหรอกค่ะ อีกอย่างน้องดาก็ไม่ได้สวาปามแบบนี้ทุกวันเสียหน่อย แค่ตอนนี้เท่านั้นล่ะค่ะ น้องดาเพิ่งกลับมา อะไรก็น่ากินไปหมดเลย” ว่าแล้วก็คีบติ่มซำเข้าปาก ยืนยันว่าอะไรก็น่ารับประทานไปเสียหมดจริง ๆ
หลังจัดการกับอาหารเช้าที่ปรวีร์คิดว่าไม่น่าจะหมดแต่ก็หมดเรียบร้อยดี สองหนุ่มสาวก็เดินทางกลับรีสอร์ทเพื่อที่ชายหนุ่มจะได้กลับไปทำงาน โดยที่อีกคนขอติดสอยห้อยตามไปด้วย

“มอร์นิ่งค่ะคุณวี” มาลีวรรณ เลขานุการของชายหนุ่มทักทายเมื่อสองหนุ่มสาวเดินควงกันเข้าไปในห้องทำงาน พลางเขม้นมองหญิงสาวที่เดินมากับเจ้านายของตนด้วยสายตาใคร่รู้ ปรวีร์จึงเลื่อนมือขึ้นโอบเอวคนตัวเล็กกว่าและแนะนำหญิงสาวให้รู้จัก
“คุณวรรณครับ นี่น้องดา ดาริกา ภรรยาผมครับ” แนะนำไปแล้วก็รู้สึกหน้าร้อนวูบ แม้เธอจะเป็นภรรยาเขาจริง ๆ แต่เพราะเขาและเธอไม่ใช่สามีภรรยากันจริง ๆ และหญิงสาวก็บอกเขาอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับเขา ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกราวกับกำลังตู่ว่าเธอเป็นภรรยาของเขาอย่างไรอย่างนั้น แล้วก็รีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไป จะทำอย่างไรได้ เขาแนะนำไปแล้วนี่
“ส่วนนี่คุณวรรณ มาลีวรรณ เลขา ฯ พี่วี” หันมาแนะนำกับคนในอ้อมแขน ซึ่งหญิงสาวก็ยกมือไหว้ในทันทีเพราะเลขานุการของชายหนุ่มดูมีอายุมากกว่า
“สวัสดีค่ะคุณมาลีวรรณ”
เลขานุการสาวรับไหว้แทบไม่ทัน ด้วยตะลึงตั้งแต่เจ้านายหนุ่มโสดของเธอมีภรรยาโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้ว สาวน้อยแสนสวยตรงหน้ายังมายกมือไหว้อย่างไม่คาดคิดอีก ก็คนเป็นภรรยาของเจ้านายปกติต้องถือตัวหรือเปล่า เลขานุการสาวไม่แน่ใจ แต่รู้สึกถูกชะตากับคนสวยตรงหน้าในทันที ทั้งหน้าตาสะสวย กริยามารยาทน่ารัก เหมาะกับเจ้านายของเธอที่สุด
“สวัสดีค่ะคุณดาริกา แหม อย่าไหว้ดิฉันแบบนี้สิคะ”
ดาริกาถึงกับอดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นเลขานุการสาวรีบละล่ำละลักบอกเช่นนั้น ก่อนจะบอกอย่างอารมณ์ดี
“เรียกน้องดาเหมือนพี่วีเถอะค่ะ อย่าเรียกดาริกาเลย ดูเป็นทางการแปลก ๆ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณน้องดาก็ต้องเรียกมาลีวรรณว่าพี่วรรณนะคะ” เลขานุการสาวต่อรอง ซึ่งภรรยาของเจ้านายก็ตอบตกลงในทันที
“ได้เลยค่ะ พี่วรรณ”
“คุณวรรณ นี่ครับ ผมซื้อซาลาเปามาฝาก” ปรวีร์กล่าวกับเลขา ฯ ของตนพลางยื่นถุงพลาสติกบรรจุซาลาเปาที่ซื้อมาให้ ก่อนจะบอก
“ช่วยให้ใครจัดโต๊ะทำงานให้น้องดาด้วยนะครับ วางตรงมุมนั้นก็ได้” ชี้มือไปยังมุมห้อง เยื้องหลังโต๊ะทำงานของตนเล็กน้อย
“เดี๋ยวน้องดาจะเข้ามาช่วยงานผม” บอกกับเลขา ฯ แล้วหันไปมองหน้าคนที่จะมาช่วยงาน ก่อนจะยิ้มด้วยความขบขัน เมื่อมองเห็นหน้าสวย ๆ นั้นงอง้ำลงในทันที
“ไม่ต้องรีบเตรียมโต๊ะขนาดนั้นก็ได้ค่ะพี่วี น้องดายังไม่ตกลงจะเข้ามาทำงานเสียหน่อย”
“ไม่ว่าจะยังไงน้องดาก็ต้องเข้ามาทำงานอยู่ดี เตรียมไว้ตอนนี้หรือตอนไหนก็เหมือนกัน”
“ก็น้องดายังไม่อยากทำงาน” บอกน้ำเสียงกระเง้ากระงอด ทำไมเขาไม่เข้าใจว่าเธอเพิ่งกลับมา ยังอยากเที่ยวเล่นให้สนุก ไม่ใช่รีบทำงานแบบนี้
“อยากไม่อยากก็ต้องทำ จะอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร” ชายหนุ่มทำเสียงดุ อีกคนจึงบอกน้ำเสียงออดอ้อน
“ก็... สามีน้องดาออกจะร่ำรวย ให้สามีเลี้ยงไม่ได้หรือคะ”
คำพูดของหญิงสาวทำให้คุณเลขา ฯ ถึงกับแอบยิ้ม ส่วน คุณสามี รู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้า พลางรู้สึกเข่นเขี้ยวยายตัวดี ตอนนี้ละจะให้สามีเลี้ยง พอตอนจะให้เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ ละทำท่าขนลุกขนพอง ปฏิเสธเสียงหลง
“ไม่เลี้ยงค่ะ ไปนั่งที่โซฟาไป พี่วีจะทำงานแล้ว ห้ามรบกวน” บอกน้ำเสียงขึงขังพลางชี้มือไปยังชุดโซฟารับแขกที่อยู่อีกมุมของห้องทำงาน ก่อนจะหันไปยังเลขานุการสาว
“คุณวรรณครับ รบกวนหาน้ำท่าให้น้องดาหน่อยนะครับ แล้วถ้ามีเอกสารจะให้ดูก็ส่งเข้ามาได้เลย” กล่าวเสร็จก็เดินไปนั่งยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ส่วนคุณเลขา ฯ ก็เดินกลับไปยังโต๊ะของตน หางตาชายหนุ่มแอบเห็นภรรยาเดินไปทรุดตัวลงบนโซฟา พลางหยิบคอมพิวเตอร์แทบเล็ตออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะได้ยินเสียงหวานส่งมา
“พี่วี ขอพาสเวิร์ดไวไฟหน่อยสิคะ”
“รอถามคุณวรรณ” ชายหนุ่มบอกง่าย ๆ ก่อนจะก้มหน้าตั้งใจอ่านเอกสารที่เลขานุการสาววางไว้ให้ โดยแทบจะลืมคนที่นั่งอยู่ในห้องด้วยไปในทันทีที่เริ่มต้นทำงาน
ปรวีร์ถูกดึงออกจากงานตรงหน้าด้วยเสียงข้อความเข้าทางโทรศัพท์ เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นข้อความจากคนที่นั่งเงียบที่โซฟา ซึ่งหญิงสาวจัดการขอหมายเลขโทรศัพท์มือถือของเขาทันทีที่เขาถึงบ้านเมื่อวานนี้
ขอเฟซบุ๊คพี่วีด้วยค่ะ ออนไลน์ไว้ด้วยนะคะ ข้อความทั้งขอทั้งสั่งที่ส่งมาจากคนเจ้ากี้เจ้าการ ทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดทำงานชั่วครู่ เพื่อส่งลิงค์เวบไซต์โซเชียลเนตเวิร์กที่กำลังเป็นที่นิยมไปให้เจ้าหล่อนในทันที ก่อนจะได้รับข้อความสั้น ๆ กลับมาเป็นรูปใบหน้ายิ้มและรูปหัวใจ
หลังจากส่งข้อความไปให้หญิงสาวแล้ว ชายหนุ่มก็เปิดเวบไซต์หน้าเฟซบุ๊คของตนเองขึ้นมา ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ทั้ง ๆ ที่ปกติเขาไม่เคยออนไลน์เวบไซต์อื่น ๆ ในขณะทำงานเลย ยายตัวดีทำให้เขาเสียคนหรือเปล่านี่
เมื่อเปิดหน้าเวบไซต์ขึ้นมาได้ ปรวีร์มองเห็นคำขอเป็นเพื่อนส่งมาจาก Darika D. แล้วต้องยิ้ม ก่อนจะกดรับ และข้อความ Parawee D. is now friend with Darika D. ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าฟีดของเขา ชายหนุ่มอดแสดงความคิดเห็นหรือคอมเมนท์เย้าหญิงสาวไม่ได้
ไหนว่าจะไม่เปลี่ยนนามสกุล เขารู้ว่า D. ของเธอหมายถึง ดิลกรัตน์ ไม่ใช่ เดชดำรงกุล ของเขา แต่อดรู้สึกดีไม่ได้ที่เขาและเธอใจตรงกันใช้ตัวย่อแทนการเขียนนามสกุลเต็ม ทำให้มองดูเหมือนเขาและเธอนามสกุลเดียวกัน
คนถูกเย้าตอบกลับแบบ รับมุก เขาในทันที
ก็คุณสามีขอร้อง ;)’
คำตอบของเธอทำให้ชายหนุ่มถึงกับหลุดหัวเราะหึหึ ก่อนจะเขียนตอบ
ทำงานแล้ว ห้ามรบกวน!’
ใจร้ายยยยยย ตอบกลับในทันทีเหมือนรออยู่แล้ว ชายหนุ่มเห็นแล้วต้องยิ้มก่อนจะส่ายศีรษะอย่างเอ็นดู อดไม่ได้ที่จะมองไปยังคนที่นั่งอยู่ที่โซฟา มองเห็นใบหน้างามก้มลงจ้องมองจอแทบเล็ตในมืออย่างตั้งอกตั้งใจ เห็นแล้วรู้สึกอ่อนโยนในหัวใจ อยากให้เธอเป็นภรรยาของเขาจริง ๆ ไม่ใช่ภรรยากำมะลอที่เธอกล่าวถึงด้วยสำเนียงล้อเล่นแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้
บ้าไปใหญ่แล้วนายปรวีร์ เขาเห็นนายเป็นแค่พี่ชาย เลิกคิดลึกกับเขาได้แล้ว บอกตัวเองทั้ง ๆ ที่รู้ว่าทำไม่ได้ ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเขาจะต้องมาแอบหลงรักภรรยาตัวเองเช่นนี้

ปรวีร์ไขกุญแจเข้ามาพบกับบ้านที่เงียบเชียบ ในใจรู้สึกแปลกใจระคนผิดหวังที่ไม่เห็นคนที่อยู่ในความคำนึงของเขามาตลอดวันอยู่ในบ้าน เขาอุตส่าห์รีบกลับบ้านทันทีที่หมดเวลาทำงาน เพราะนับแต่เธอกลับบ้านมาก่อนเมื่อบ่ายนี้ เขาก็ไม่มีสมาธิจะทำอะไร จนสุดท้ายต้องเปิดดูเวบไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กของเธอ ที่ดูเหมือนจะรวบรวมชีวิตในสี่ปีที่ผ่านมาของเธอไว้ครบถ้วน ทั้งรูปภาพและข้อความบนหน้าเวบไซต์ บอกเขาว่าชีวิตของเธอที่โน่นมีความสุขดี
น้องน้อยดาริกาที่จากบ้านไปเมื่อสี่ปีก่อน เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่ดูมีความเชื่อมั่นในตนเอง จากการสังเกตการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ บนโซเชียลเน็ตเวิร์กของเธอ หญิงสาวดูเป็นจุดศูนย์รวมความสนใจของคนอื่น ๆ เห็นได้จากแต่ละรูปที่เธออัพโหลดขึ้นเวบไซต์ จะได้รับการกดไลค์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และดูเหมือนเธอจะเป็นที่รักของเพื่อน ๆ ซึ่งเขาก็ไม่แปลกใจเท่าใดนัก เพราะด้วยบุคลิกของเธอ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนกับใคร ก็คงจะทำให้คนอื่นรักได้ไม่ยาก ก็ดูแต่ที่เธอกลับมาอยู่กับเขาได้เพียงไม่กี่วัน เขาก็รู้สึกหลงเสน่ห์ของเธอจนไม่เป็นอันทำการทำงานเสียแล้ว
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะมองหาความสนิมสนมที่พิเศษไปกว่าความเป็นเพื่อนระหว่างเธอกับผู้ชายหลาย ๆ คนในภาพ แล้วก็ต้องรุ่มร้อนอยู่ในอก เมื่อสังเกตว่าหลาย ๆ ภาพของเธอจะมีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาและรูปร่างดีอยู่เคียงข้าง โดยเฉพาะในวันสำคัญอย่างเช่นวันเกิด จะมีผู้ชายคนนี้ร่วมเฟรมอยู่ในภาพเสมอ ยิ่งเมื่อมองคำบรรยายภาพและการพูดคุยกันเขาก็ยิ่งร้อนรุ่ม เพราะจะเห็นทั้งสองคนใช้คำว่า Baby ซึ่งเป็นคำเรียกคนรัก และ I love you อยู่ตลอด
แต่เธอก็บอกเขาว่ายังไม่มีคนรักนี่นา... หรือเธอจะอายจึงไม่กล้าบอกเขา และเพราะอย่างนี้หรือเปล่าเธอจึงไม่มีสายตาเหลือมามองเขา เพราะเธอมีคนรักอยู่แล้วอย่างนั้นหรือ
ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปในบ้านพลางพยายามสลัดความคิดที่ทำให้ใจห่อเหี่ยวทิ้งไป เขาเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว แล้วเดินออกมาเรียกหาหญิงสาว ไม่แน่ใจว่าเธอจะลงไปเดินเล่นที่ชายหาดหรือเปล่า
เมื่อเดินไปทั่วบ้านรวมทั้งห้องนอนของหญิงสาวแล้วยังไม่พบเธอ ชายหนุ่มจึงยอมแพ้ บางทีเธออาจจะออกไปเดินเล่นภายในรีสอร์ทก็ได้ จึงเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบไวน์ขาวออกมารินใส่แก้วแล้วเดินออกไปทางหลังบ้าน กะว่าจะนั่งหย่อนใจที่โซฟาเอาท์ดอร์ข้างสระว่ายน้ำระหว่างรอเธอกลับมา แต่แล้วก็ต้องชะงักและยืนนิ่งราวกับถูกสาป เมื่อมองเห็นความงดงามตรงหน้า
ดาริกาในชุดออกกำลังกายแนบเนื้อ เผยให้เห็นรูปร่างที่งดงามราวกับผลงานปฏิมากรรมชิ้นเอก กำลังทำท่าทรงตัวบนแขนสองข้างที่วางแนบพื้นตั้งแต่ข้อศอกแขนส่วนบนตั้งแต่เหนือข้อศอกขึ้นไปตั้งตรง เช่นเดียวกับลำตัว สองขากางอยู่บนอากาศแยกออกจากกันเป็นเส้นตรง ๑๘๐ องศา ดูงดงาม อ่อนช้อย และแข็งแกร่งในคราวเดียว
ชายหนุ่มรู้ดีว่า การจะทำท่านี้ได้ หญิงสาวต้องมีกล้ามเนื้อแขนและลำตัวที่แข็งแรงทีเดียว ซึ่งจากท่วงท่าที่เธอทำอยู่อย่างมั่นคงและด้วยท่าทางสบาย ๆ หมายความว่าเธอคงจะฝึกมาจนชำนาญอย่างแน่นอน
เพียงไม่กี่วันที่เธอกลับมาอยู่กับเขา ชายหนุ่มก็พบว่าเธอมีอะไรมาให้เขาประหลาดใจอยู่เรื่อย ๆ ระยะเวลาสี่ปีที่ไม่ได้พบกัน มีอะไรอีกบ้างหนอที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับเธอ เวลาสี่ปีเปลี่ยนน้องน้อยดาริกาของเขาให้กลายเป็นคนใหม่ ที่เพียงแค่เห็นเธอที่สนามบินเพียงอึดใจเดียว ก็ทำให้เขาหลงเสน่ห์เธอจนถอนตัวไม่ขึ้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ที่เติบโตมาด้วยกัน เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบหนุ่มสาวกับเธอเลย แต่ก็ช่างน่าเศร้าที่เวลาสี่ปีนี้ ไม่ทำให้เธอมองเขาเปลี่ยนไปได้เลย
นอกจากจะเป็นเจ้าของรีสอร์ท ท่าทางจะได้เป็นเจ้าของไร่แห้วด้วยล่ะ นายวีเอ๊ย ชายหนุ่มบอกตัวเองอย่างปลง ๆ
ยืนมองความอ่อนช้อยหากแข็งแกร่งตรงหน้าอยู่นาน จากท่านั้นเปลี่ยนเป็นท่านี้ จนกระทั่งดูเหมือนหญิงสาวจะทำท่าไปจนเสร็จเรียบร้อย เขาเห็นเธอหยุดแล้วเดินไปหยิบขวดน้ำที่วางอยู่ข้าง ๆ เสื่อออกกำลังกายขึ้นมายกดื่ม ก่อนจะหันมาทางเขา
“อ้าว พี่วี กลับมานานแล้วหรือคะ” ถามเขาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ใบหน้างามมีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เกาะพราวบนหน้าผาก เจ้าตัวจึงยกผ้าขนหนูผืนเล็กซับเบา ๆ ขณะเดินตรงมายังเขา
“มาได้สักครู่ เห็นน้องดากำลังมีสมาธิ พี่วีเลยไม่กวน” จะบอกไปได้อย่างไรว่าเขายืนมองเธออยู่นานแล้ว
“น้องดาเสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวจะเข้าไปอาบน้ำ พี่วีเข้าไปด้วยกันไหมคะ” คำถามธรรมดาจากคนที่ไม่ได้คิดอะไร แต่ทำให้คนฟังที่แอบคิดไม่ซื่อ ถึงกับวาวหวิวไปทั้งใจ ก็เธอเล่นถามราวกับชวนเขาไปอาบน้ำด้วยกันเสียอย่างนั้น จึงรีบปฏิเสธและพยายามอยู่ให้ห่างก่อนที่เขาจะคิดอะไรเลยเถิดมากไปกว่านี้
“ไม่ล่ะ น้องดาไปเถอะ พี่วีจะนั่งดื่มต่ออีกสักหน่อย” บอกพลางยกแก้วไวน์ที่ยังไม่พร่องให้ดู ดาริกายักไหล่เล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งดื่มต่ออย่างที่เจ้าตัวต้องการ
ไม่นาน หญิงสาวก็เดินออกมาหลังจากชำระร่างกายจนสดชื่น ในมือมีขวดไวน์ที่หยิบมาจากตู้เย็นในครัวพร้อมกับแก้วอีกหนึ่งใบ มองเห็นชายหนุ่มวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะหลังจากที่โทรเสร็จพอดี ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยท่าทางแปลก ๆ
“มีอะไรหรือเปล่าคะพี่วี ใครโทรมาหรือคะ”
“คุณพ่อน่ะ โทรมาบอกว่ามะรืนนี้จะกลับแล้ว น้องดาจะไปรับคุณพ่อที่สนามบินด้วยกันไหม”
“ไปสิคะ ในที่สุดน้องดาก็จะได้เจอคุณลุงเสียที” ตอบพลางยิ้มกว้างอย่างยินดี คุณลุงปวินท์ที่เธอรักราวกับบิดาอีกคน จะกลับมาให้เธอได้กอดแล้ว แต่แล้วใบหน้ายิ้มกว้างของหญิงสาวก็หุบลง เมื่อมองเห็นชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ นับแต่คุยโทรศัพท์เสร็จ
“พี่วีเป็นอะไรหรือเปล่าคะ คุณลุงว่าอะไรหรือ”

“คุณพ่อถามว่า... เราจะมีลูกกันเลยหรือเปล่า”